?>

“SCG Chemicals” กับการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อม ‘4 Roadmap’ เสริมสร้างธุรกิจเคมีสีเขียวอย่างยั่งยืนระดับโลก

“SCG Chemicals” กับการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม  พร้อม ‘4 Roadmap’ เสริมสร้างธุรกิจเคมีสีเขียวอย่างยั่งยืนระดับโลก

SCG Chemicals ดำเนินธุรกิจด้านปิโตรเคมีครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทย และเป็นผู้นำธุรกิจด้านปิโตรเคมีของเอเชียที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ ตอบสนองแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ในครั้งนี้ TJRI ได้รับเกียรติจาก ดร. จิรุตถ์ วัดตูม (Technology Strategy and Partnership Manager) จาก SCG Chemicals ที่ดูแลในด้านงานวิจัย การพัฒนาธุรกิจ และการเสาะหานวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กร มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงโอกาสของพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่นที่จะร่วมเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืนไปกับ SCG Chemicals

SCG Chemicals กับ All About Plastics ในวิถี SCG

บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (SCG Chemicals) เป็นหนึ่งในบริษัทในเครือปูนซิเมนต์ไทย หรือที่ในปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “SCG” ดำเนินธุรกิจใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจแพคเกจจิ้ง และธุรกิจเคมิคอลส์ ปัจจุบัน SCG Chemicals ถือเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย โดยการนำแนฟทา (Naphtha) มาผลิตเป็นพลาสติก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิตขั้นต้น ได้แก่ โอเลฟินส์ ไปจนถึงขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกหลักทั้ง 3 ประเภท คือ พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน และพอลิไวนิลคลอไรด์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products and Services: HVA) ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะความต้องการที่จะลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมโดยการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ และแม้จะเป็นธุรกิจน้องใหม่ แต่ SCG Chemicals กลับถือได้ว่าเป็นธุรกิจหลักของเครือปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งเพียงแค่ใน 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา SCG Chemicals สามารถทำยอดขายมากกว่า 11 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นรายได้ 43% ของกลุ่มธุรกิจทั้งหมด นำหน้าทั้งธุรกิจซีเมนต์และแพคเกจจิ้ง ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าธุรกิจเคมิคอลส์ของ SCG Group ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกยาวไกล

เคมีภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม มีจริงหรือ?

SCG Chemicals มุ่งมั่นสู่ความเป็นผู้นำทางธุรกิจในภูมิภาคด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงให้กับอาเซียนและชุมชนที่เข้าไปดำเนินงาน เพราะตระหนักดีว่าสิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ คือ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม หลายท่านอาจสงสัยว่าเคมี สังคม และสิ่งแวดล้อม สามสิ่งนี้จะไปด้วยกันได้อย่างไร แต่วันนี้ SCG Chemicals ได้ทำให้เราเห็นแล้วว่าสามสิ่งนี้สามารถเติบโตควบคู่กันไปได้จริง สะท้อนผ่านการเป็นหนึ่งในสมาชิกขององค์กรเพื่อความยั่งยืนหลายแห่ง อาทิ สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (The World Business Council for Sustainable Development: WBCSD) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่รวบรวม CEO ธุรกิจชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 200 แห่งที่ต้องการกระตุ้นให้ภาคธุรกิจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ SCG Chemicals ยังมุ่งสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ภายใต้คุณภาพการบริหารงานระดับสากล สอดคล้องกับหลักบรรษัทภิบาล และมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูง อีกทั้งมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนด้วยสินค้าและบริการที่มีคุณภาพจากกระบวนการดำเนินงาน การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นเลิศในทุกฐานการผลิต อาทิ ประเทศไทยและอินโดนีเซีย รวมถึงเวียดนามที่ตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2566 เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ และแนวทาง ESG (Environmental, Social, Governance) ผ่านนวัตกรรมและโซลูชันที่เอสซีจีมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความยั่งยืนไปด้วยกัน

เปิด Roadmap ขับเคลื่อนธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน สู่แนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน”

SCG Chemicals มุ่งสู่การเป็นธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน (Chemical Business for Sustainability) และยังประกาศจะเป็นบริษัทปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Company) ภายในปี พ.ศ. 2593 ด้วย 4 แผนธุรกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า เจ้าของแบรนด์สินค้า และผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้กับธุรกิจใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

• Reduce – Enhancing Materials for Eco-Efficiency ลดปริมาณการใช้พอลิเมอร์ แต่ยังคงประสิทธิภาพในด้านคุณสมบัติ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี SMXTM เพื่อยกระดับคุณสมบัติของเม็ดพลาสติกให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ในขณะที่ใช้เม็ดพลาสติกน้อยลง
• Recyclable – Design for Recyclability ส่งเสริมกระบวนการคิดและพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติกและโซลูชัน โดยออกแบบให้สามารถรีไซเคิลได้ง่าย ทว่ายังคงคุณสมบัติด้านอื่นๆ ไว้อย่างครบถ้วน เช่น การพัฒนาโซลูชันสำหรับบรรจุภัณฑ์แบบ Mono-Material
• Recycle – Mechanical and Advanced Recycling การนำพลาสติกใช้แล้วมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงเพื่อการหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ที่ต้นทางตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
• Renewable – Bioplastics การพัฒนานวัตกรรมพลาสติกชีวภาพที่ผลิตจากวัตถุดิบทางการเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งเป็นกลไกในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก ช่วยลดผลกระทบของภาวะโลกร้อนและตอบโจทย์การใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ SCG Chemicals ยังกำลังมองหาแหล่งความร้อนรูปแบบใหม่ที่สามารถลดการปล่อย Carbon Footprint ด้วยการใช้ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ของเสียจำพวกน้ำมัน (Waste Oil) มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านการวางแผนและพัฒนากระบวนการทางดิจิทัล ตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย

SCG Chemicals กับความร่วมมือจากพันธมิตรไทย และพันธมิตรระดับโลก

SCG Chemicals ยังให้ความสำคัญกับการนำพลาสติกไปใช้ในวงการแพทย์ โดยได้ร่วมมือกับโรงเรียนแพทย์ในประเทศไทย พัฒนาเครื่องมือผ่าตัดโรคพังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือจากพลาสติก ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถดำเนินการผ่าตัดได้สะดวก คนไข้ฟื้นตัวได้รวดเร็ว มีสุขอนามัยที่ดี และสามารถนำวัสดุไปกำจัดทิ้งได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอีกหลายราย รวมกว่า 200 องค์กร ได้แก่ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และพันธมิตรในอุตสาหกรรมจากทั่วโลก อาทิ พันธมิตรจากสหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ จีน และสิงคโปร์ เป็นต้น

โอกาสและสิ่งที่ SCG Chemicals ต้องการความร่วมมือจากองค์กรญี่ปุ่น

สตาร์ทอัพ องค์กร หรือสถาบันวิจัยสัญชาติญี่ปุ่นสามารถนำเสนอ Proposal เพื่อโอกาสพัฒนาความร่วมมือกับ SCG Chemicals ในด้านต่อไปนี้

1.Green Strategy Partner ด้านเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์แนวคิด Circular Economy เพื่อนำขยะพลาสติกกลับมาใช้เป็นวัสดุหรือวัตถุดิบทางอุตสาหกรรม ทำ Upcycling ขยะพลาสติก ออกแบบวัสดุให้สามารถนำมารีไซเคิล หรือลดปริมาณพลาสติกที่ใช้ในการผลิตวัสดุนั้นๆ ได้
2.Green Strategy Partner ด้านวัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุหรือเคมีภัณฑ์ชีวภาพ พลาสติกชีวภาพ รวมถึงวัสดุที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์หรือของใช้ในบ้านที่ย่อยสลายได้
3. Green Strategy Partner ด้านเทคโนโลยีในการลดหรือดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อการนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น การผลิตเป็นเคมีภัณฑ์ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอุตสาหกรรม เช่น การลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิง หรือเทคโนโลยีในการทำให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เป็นต้น และการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้
4. Growth Strategy Partner ด้านวัสดุหรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแพทย์และการดูแลรักษาสุขภาพ หรือสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องมือแพทย์ เช่น พลาสติกชีวภาพ วัสดุทางการแพทย์แบบใช้ครั้งเดียว (ไม่รวมถึงการผลิตยาและสารออกฤทธิ์) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถใช้ดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง หรือใช้วินิจฉัยโรคด้วยตนเองได้
5. Growth Strategy Partner ด้านวัสดุหรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมพลังงาน เช่น วัสดุหรือเทคโนโลยีในการผลิตแบตเตอรี่ วัสดุหรือเทคโนโลยีในการผลิตที่กักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีผลิตพลังงานหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม
6. Growth Strategy Partner ด้านเทคโนโลยีในการทำ Smart factory, เซ็นเซอร์, AI หรือแพลตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปิโตรเคมี อาหาร เครื่องดื่ม และยา

เพราะ SCG Chemicals ไม่ได้มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ทางการค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนด้วยสินค้าและบริการที่มีคุณภาพจากกระบวนการดำเนินงาน การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นเลิศเพื่อสร้างการเติบโตไปพร้อมกันอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก ในอนาคตอันใกล้นี้ เราเชื่อว่า “SCG Chemicals” จะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจเคมิคอลส์ชั้นแนวหน้าของโลกได้อย่างแน่นอน ดังสะท้อนผ่านคำมั่นสัญญาของ SCG Chemicals ที่ว่า “Passion for Better” ที่จะช่วยเปลี่ยนโลกใบนี้ให้ดีกว่าเดิม

【Open Innovation Talk Report EP.009】アジアを牽引する石油化学企業が目指す循環型経済〜第9回「SCG Chemicals」〜

【Open Innovation Talk Report EP.009】アジアを牽引する石油化学企業が目指す循環型経済〜第9回「SCG Chemicals」〜

タイ最大の総合石油化学企業の一つで、アジア太平洋地域の石油化学事業を牽引する「SCG Chemicals」。業界最大手のセメント製造企業であり、ASEAN最大のコングロマリットの一つ「The Siam Cement Group Public Company Limited.(以下SCGグループ)」を母体に持ち、ASEANを中心とした同グループのグローバルなネットワークと潤沢な資金を誇っています。そんな同社が現在力を入れているのが、循環型経済時代に向けた新技術の開発・導入。サステナブルな社会の実現を見据え、日本企業に求めるものは一体何なのか? Mr. Jirut Wattoom, Ph.D.(以下ジルット氏)がお話してくれました。

タイ最大規模のコングマリットを母体に石油化学事業を発展

ガンタトーン:
それではSCG Chemicals の事業概要について、同社のイノベーションを創出する Technology Strategy and Partnership 部門のマネージャー・ジルット氏にお答えいただきます。

ジルット氏:
まず簡単に弊社の歴史をお話させていただきますと、母体となるSCGグループは今年で創業109年を迎えるタイのコングロマリットの一つです。社名からセメント事業を基盤にスタートしたことがお分かりいただけるかと思いますが、設資材事業や製紙業と新部門を開設した後、石油化学事業を柱にしたSCG Chemicals が1983年に誕生しました。

SCGグループの事業は、建設資材を中心に扱うセメント建材メーカー(CEMENT-BUILDING MATERIALS)、植林からパッケージ開発・生産まで一貫して行う製紙事業(PACKAGING)、そして石油化学事業(CHEMICALS)の3つに分かれています。2021年の9ヶ月間において110億米ドルの売上を獲得し、そのうちケミカル部門が43% を占めています。今後は現在の事業に加えて、高付加価値の製品開発に力を入れていく予定であり、そのために重要になってくるのが研究開発とパートナーシップだと考えています。

グリーン戦略の鍵を握る「4R」とは?

ここからは皆さんにご提案いただきたい内容にも繋がる、循環型経済・グリーン戦略についてご説明いただきます。これは、事前に公開していますSCG Chemicals が「日系企業に求めるニーズ」内の1・2番に当たる、(グリーン戦略) ①循環型経済に対応した技術 ②再生可能な素材や技術に当たります。
※事前情報はこちら

ジルット氏: 弊社では現在、循環型経済・グリーン戦略に向けてReduce・Recyclable・Recycle・Renewable という4つのキーワードを掲げています。Reduceは、ポリマーの使用量をできる限り削減していくこと。Recyclableは、リサイクルが可能であることを前提に製品開発を行っていくこと。そして、このRecyclableを実際の再生利用のループに当てはめて実践していくことをRecycleとし、Renewableにおいて自然から得たエネルギーを原料にものづくりを実施していくことを表しています。これらの実験を行っているのがラヨーン県にあるパイロットプラントで、より高度なリサイクルを実現するための場として活用していきたいと考えています。

ガンタトーン:
具体的には、どのような技術を求めているのでしょう?

ジルット氏:
弊社は、より少ないプラスチック量で強力かつ薄いポリエチレンプラスチックの製造を可能にする独自の技術「SMXテクノロジー」を開発しており、この技術を用いた製品開発を実現できる状態になっています。

Reduceにおいては、これをもとにした実証実験など何かお試ししたいことがある企業様がいましたら、協業などの形でご活用いただくことも可能です。

Recyclableにおいては、よりリサイクルしやすくするための添加剤を求めています。例えば、一見ひとつの材料だけで作られているプラスッチックに見えても、何層もの異なる素材が重なっている場合があり、それをリサイクルしやすくするための材料です。また、複数のプラスチックを使わなければ印刷できないといった場合がありますが、何らかの新しい技術を介してそのプラスチックを1種類に留めることができれば、よりリサイクルがしやすくなると考えています。

Recycleではより少ないエネルギーで、またより少ない水でリサイクルが実現できないか画策しています。また、触媒となる何らかの添加剤などを活用し、その品質・特性をもとの状態により近いままでリサイクルできないかを考えています。

Renewableは我々にとってはまだこれからの分野ですが、バイオベースの化学薬品や原料、バイオプラスチックや家庭用の堆肥化可能な原料ソリューションなど、バイオテクノロジーに関わるさまざまな知識・技術をお持ちの企業様にはぜひ多様な形でご提案いただければと思います。

イノベーションを実現するために、日系企業に求めるもの

ガンタトーン:
事前資料の3番に書かれています、(グリーン戦略)③二酸化炭素回収・低減技術についても詳しくお伺いできますか

ジルット氏:
SCGグループ・CEOが「2050年までにネットゼロ(カーボンニュートラル)を目指す」と発表しましたが、今はグリーン水素や廃棄オイルを燃料に使用するなど新たな取り組みを試している最中です。これらの技術を活用することでさまざまな場面でエネルギーの最適化を図り、より生産性を高めることができると考えています。

温室効果ガス削減に向けた取り組みとしては、二酸化炭素の排出をいかに削減できるかが直結してきます。現在、ある溶液を用いて二酸化炭素を吸収できる技術は把握していますが、これには多大なエネルギーがかかるため、少ないエネルギーで実現できる、よりベストな新技術を探している段階です。また、二酸化炭素の有効利用を叶える技術も同様に探しています。

ガンタトーン:
これまでお話してきたものがグリーン戦略についてでしたが、ここからは事前資料の4〜6番に当たる(成長戦略)④医療やヘルスケア関連の素材・技術パートナー ⑤エネルギー分野の新素材・化学製品及びイノベーション技術 ⑥スマートファクトリー関連の技術についてお伺いしたいと思います。

ジルット氏:
我々が現在、もっとも関心を持っているものの一つが、医療現場や医療機器に活用できるプラスチック製品・技術です。すでに弊社とタイの医療学校が連携し、手術関連の製品を開発する場合はその現場に立ち会い、医師と共に現場でのデバイス不備といった課題の解決に向けて研究を進めています。この医療学校のように、弊社と協業し、新技術の開発を希望する企業様がいましたら喜んで一緒に取り組んでいきたいと思います。

また、近年は新型コロナウイルス関連の検査や血液検査など、今まで病院内でしか扱われていなかった機械や装置がご家庭で使われるようになってきていると感じており、この製品の多様化に伴ったプラスチック技術・製品が活用できるのではと考えています。加えて、医療現場では3Dプリンティング技術によって骨や歯など体の各器官を模型化していますが、この模型に使われている素材をプラスチック樹脂に代替できないか。まだ始まったばかりの非常に新しい取り組みではありますが、今後さらに研究を進めていく予定です。

そして、⑤エネルギー分野の新素材・化学製品及びイノベーション技術 ⑥スマートファクトリー関連の技術に関しては、まず電極やセパレーターの部品を新たに製造・開発すること。また、現代の主流の一つになっているリチウムバッテリーの次に来る、新エネルギー開発について興味を持っています。電気自動車(EV)の存在感が増していますが、プラスチック樹脂を用いてEVに供給できる部品なども今後新たに着手していきたい分野です。皆さまのご提案をお待ちしています。