?>

mediator ก้าวสู่ปีที่ 12 – เปิดตัว “โครงการ TJRI” ตั้งเป้าสู่ Platform ข้อมูลธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น อันดับ 1

mediator ก้าวสู่ปีที่ 12 – เปิดตัว “โครงการ TJRI” ตั้งเป้าสู่ Platform ข้อมูลธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น อันดับ 1

เมดิเอเตอร์กำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 12 ซึ่งเลข 12 อาจไม่ใช่ตัวเลขที่ลงตัวเหมือนเลข 10 หรือ 20 แต่จากนี้ไปเมดิเอเตอร์กำลังจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่ผมมั่นใจและพูดได้เต็มปากว่า “นี่คือสิ่งที่เราต้องการทำมาตลอด” หลังจากที่ผมครุ่นคิดหาทางออก ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

ตั้งเป้าสู่ Platform ข้อมูลธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น อันดับ 1

ตอนนี้เรากำลังเริ่มทำโครงการ TJRI ย่อมาจาก Thai-Japanese Investment Research Institute ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเพื่อส่งสารข้อมูลธุรกิจและการลงทุนของผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทไทยและบริษัทญี่ปุ่นได้ทำความรู้จัก เข้าใจ และเข้าถึงซึ่งกันและกัน ภารกิจของเราคือการเป็นสะพานเชื่อมบริษัทไทยและบริษัทญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน สร้างธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และแม้จะมีสื่อที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับไทยและญี่ปุ่นจะมีอยู่มากมาย แต่แน่นอนว่าเราตั้งเป้าให้ TJRI เป็นแพลตฟอร์มที่จะมีคนรู้จักมากที่สุด และมีผลงานการจับคู่ธุรกิจมากที่สุด

ทำไมเราจึงริเริ่มโครงการ TJRI ?

อย่างที่ทราบกันดีว่าเมดิเอเตอร์มีความตั้งใจที่จะเป็นสะพาน “เชื่อมระหว่างไทยกับญี่ปุ่น” มาโดยตลอด แต่เราพบเห็นปัญหามากมายตลอดกระบวนการทำงานที่ผ่านมา และตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้อง “แก้ปัญหา” อย่างเหมาะสมตลอดเวลาที่ผ่านมา

การแข่งขันกันเองระหว่างบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยกำลังทวีความรุนแรงขึ้น หลายบริษัทประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรชาวไทยที่มีความสามารถ อีกทั้งยังรู้สึกว่าไม่มีโอกาสได้ติดต่อกับบริษัทไทยหรือทำความรู้จักกับคนไทยที่อยู่ในระดับบริหาร และที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานใดออกมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น เพราะบริษัทญี่ปุ่นเน้นการลงทุนแบบต่างชาติถือหุ้น 100% จึงไม่ค่อยนิยมร่วมงานกับผู้บริหารชาวไทย แต่การติดต่อกับบริษัทไทยถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทญี่ปุ่นที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกในวงการ จะไม่สามารถวางแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจให้มีประสิทธิภาพได้ อาจกล่าวได้ว่าการติดต่อกับคนไทย โดยเฉพาะระดับเจ้าของกิจการหรือระดับผู้บริหารองค์กรน้อยเกินไป อาจส่งผลเสียใหญ่หลวงต่อธุรกิจได้

เราอยากถ่ายทอดความต้องการของบริษัทไทยไปยังบริษัทญี่ปุ่น

ผมยังเล็งเห็นถึงปัญหาที่ว่า ในปัจจุบันยังไม่มีการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยอย่างถูกต้อง

ประเทศไทยในปัจจุบัน บริษัทญี่ปุ่นเริ่มมีการถอนทุนและมีอัตราการลงทุนเพิ่มขึ้นที่ลดลง ในขณะที่บริษัทจีนกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บริษัทญี่ปุ่นเริ่มย้ายฐานจากไทยไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ระยะหลังนี้เราคงพบเห็นข่าวและการรายงานข่าวเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เริ่มเกิดขึ้นมาแล้วซักพัก เพียงแต่อาจะยังไม่ได้รับการส่งต่อสะท้อนความเป็นจริงอย่างถูกต้อง

แท้จริงแล้วมูลค่าการลงทุนสะสมของบริษัทญี่ปุ่นในไทยอยู่ที่ 1.4 แสนล้านบาท เป็นตัวเลขที่มากกว่าการลงทุนจากจีนถึง 4 เท่า และมีจำนวนบริษัทญี่ปุ่นที่มาลงทุนในไทยมากกว่าจีนหลายเท่า มูลค่าการลงทุนก็มหาศาล แต่ผมรู้สึกคับข้องใจที่ข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้รับการสื่อสารอย่างถูกต้อง

เพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ ผมเชื่อว่าเราต้องสร้างโอกาสให้บริษัทไทยและญี่ปุ่นได้ติดต่อกันมากกว่านี้ ความคิดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นให้พวกเราเข้าไปรับฟังเพื่อรวบรวมความต้องการของบริษัทไทย เราคัดเลือกบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทที่มีแผนกด้านนวัตกรรมโดยตรงในประเทศไทยจำนวนมากกว่า 100 แห่ง และเริ่มติดต่อไปยังบริษัทไทยเหล่านี้เพื่อสอบถามเกี่ยวกับแผนธุรกิจ แนวโน้มการลงทุนในอนาคตของแต่ละบริษัท ความต้องการด้านต่างๆ และความคาดหวังที่มีต่อบริษัทญี่ปุ่น

ปัจจุบันเรารวบรวมรายงานของบริษัทต่างๆ ไปแล้วมากกว่า 30 แห่ง หลังจากที่ได้ฟังความคิดเห็นของบริษัทต่างๆ ยิ่งทำให้เราตระหนักถึงความจำเป็นในเรื่องการสื่อสารความต้องการของบริษัทไทยไปยังบริษัทญี่ปุ่น และเป็นสิ่งที่โครงการ TJRI ควรจะดำเนินการให้บรรลุความสำเร็จได้ตามความตั้งใจ

4 กิจกรรมของ TJRI

TJRI หลักของประกอบไปด้วย 4 กิจกรรม

กิจกรรมแรกคือ การทำหน้าที่เป็นสื่อ (Media) เราจะสร้างแพลตฟอร์มการส่งต่อข้อมูลธุรกิจการลงทุนที่พวกเรารวบรวมมาจากบริษัทไทยและบริษัทญี่ปุ่นโดยเน้นการส่ง Newsletter ทางอีเมลให้แก่ทั้งสองฝ่าย

กิจกรรมแรกที่ 2 คือ การส่งผลแบบสอบถามความต้องการของบริษัทไทยที่มีต่อบริษัทญี่ปุ่น (Inquiry) เราจะรวบรวมและสื่อสารความต้องการของบริษัทไทยและญี่ปุ่น โดยเราวางแผนว่า Newsletter 1 ฉบับควรจะมีผลสำรวจความต้องการอย่างน้อย 5 เรื่องจากบริษัทไทย โดยแยก Theme เป็นชุดไปตามความต้องการหรือประเภทอุตสาหกรรมของทางฝั่งไทย

หากต้องการสอบถามเกี่ยวกับผลสำรวจความต้องการที่ลงไว้ใน Newsletter เช่น สนใจบริษัทนี้ อยากร่วมงานกัน ภารกิจสำคัญของ TJRI คือการตอบข้อซักถามเหล่านั้น เราจะแจ้งข้อมูลติดต่อของทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว และผลักดันให้มีการพูดคุยกันผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เจรจาจับคู่ธุรกิจ เราจะจัดเตรียมความพร้อมเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าต่ออย่างเป็นรูปธรรมได้ทันที

สำหรับกิจกรรมที่ 3 คือ การจัดงานสัมมนา (Seminar) ซึ่งแน่นอนว่าเราจะจัดสัมมนา 2 ส่วน คือ สัมมนาสำหรับชาวญี่ปุ่นและสัมมนาสำหรับชาวไทย โดยจัดในรูปแบบงานสัมมนาออนไลน์ และเชิญแขกที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงเศรษฐกิจของไทยมาร่วมด้วย เพื่อให้ได้เนื้อหาที่เข้มข้นและเกิดประโยชน์ต่อทุกท่าน

สำหรับกิจกรรมสุดท้ายคือ การจับคู่ธุรกิจ (Matching) ซึ่งเราจะจัดขึ้นตลอดทั้งปี อาจเรียกได้ว่าเป็นงานประจำตลอดระยะโครงการเลยก็ว่าได้

ทั้ง 4 กิจกรรมนั้นล้วนแล้วแต่เป็นงานที่เมดิเอเตอร์ทำมาโดยตลอด แต่ในครั้งนี้เราต้องการทำให้กิจกรรมเหล่านี้มีความเข้มข้นและเจาะลึกในรายละเอียดมากขึ้น โดยเราจะเน้นย้ำเรื่องงานสำรวจ สื่อสารความต้องการของบริษัทต่างๆ และวางแผนรับฟังความต้องการของบริษัท 100 แห่งเพื่อสื่อสารไปยังทุกท่านภายในปีนี้

เริ่มต้นในช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและบริษัท

ผมเชื่อมั่นว่าโครงการ TJRI เกิดขึ้นได้เพราะการทำงานเป็นทีมของเมดิเอเตอร์ ในแง่ธุรกิจผมมั่นใจว่าไม่มีใครจะรู้เรื่องราวและเข้าใจประเด็นปัญหาที่ต้องแก้ไขของบริษัทญี่ปุ่นในไทยได้ดีและลึกซึ้งเท่ากับพวกเราอีกแล้ว

ผมรู้สึกว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ “ดีที่สุด” สำหรับโครงการ TJRI สถานการณ์วิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นส่งผลให้แนวทางการทำงานของเมดิเอเตอร์เปลี่ยนไป เราพยายามปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน จนตอนนี้ผลการปรับตัวช่วยทำให้เราได้รับงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ช่วยทำให้บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องรับงานเหมือนที่เคยอาจต้องตอบรับอย่างเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป สำหรับตัวผมเองก็เข้าสู่วัย 40 และเตรียมใจไว้พร้อมแล้วทั้งเรื่องการรับความเสี่ยง และแน่นอนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาบวกกับความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเปิดตัวโครงการนี้และทำให้สำเร็จให้ได้

สำหรับการทำงานของผม เรื่องที่ผมคิดอยู่ในหัวตลอดก็มีแต่เรื่องการเชื่อมบริษัทไทยและญี่ปุ่นเข้าหากัน จากประสบการณ์ตลอด 11 ปีที่ผมทำงานอย่างเต็มกำลังสุดความสามารถ ผมคิดว่าตอนนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับทั้งตัวผมเองและบริษัทในการริเริ่มโครงการ TJRI อาจฟังดูเหมือนเป็นการพูดเกินจริง แต่นี่คือการควบรวมทรัพยากรทั้งหมดที่เรามีเพื่อนำไปสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคมของพวกเราเมดิเอเตอร์

เราจะแสดงให้ทุกท่านเห็นคุณค่าที่แท้จริงของบริษัทญี่ปุ่น เพิ่มโอกาสการร่วมมือกับบริษัทไทย และเพิ่มการลงทุนของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยโดยแท้จริง เราขอเริ่มจาก 1 ปีแรกนี้ด้วยก้าวเล็กๆ แต่อยากไปแบบมั่นคง ขอทุกคนช่วยเป็นกำลังใจและติดตามการทำงานของ TJRI ด้วยนะครับ

อ่านรายละเอียดโครงการ TJRI ที่นี่

メディエーター12年目の集大成 〜 No.1の日タイ情報発信プラットフォームを目指す「TJRIプロジェクト」始動!

メディエーター12年目の集大成 〜 No.1の日タイ情報発信プラットフォームを目指す「TJRIプロジェクト」始動!

メディエーターはまもなく12年目に突入します。10や20と違って、12は決して「キリ」がいい数字ではありませんが、ここからメディエーターは集大成ともいえる新しい試みにチャレンジします。 COVID-19が感染拡大する中、活路を求めて模索した僕が「本当にやりたかったのはこれだった」と自信を持って断言できる新プロジェクト。さて、その中身とは?

No.1の日タイ情報発信プラットフォームを目指す

いま僕たちが立ち上げようとしているプロジェクトとはTJRI。Thailand Japanese Investment Research Institute の略で、日タイ情報発信プラットフォームです。立ち上げの目的は、日本企業とタイ企業がお互いを知り、興味を持ち、連絡を取るきっかけを作ること。日本企業とタイ企業をつないで、両者にメリットのあるビジネスをつくりだすことをミッションに掲げています。日タイ情報発信プラットフォーム業界はほかにもいろいろありますが、TJRIが目指すのはもちろんNO.1 の知名度とマッチング実績です。

なぜ、いまTJRIをスタートするのか。

ご存知のように、メディエーターは「日本とタイを繋ぐ」ことを追求してきました。しかし、その過程で多くの問題に直面し、適切な「解」の必要性を痛感していました。

在タイの日系企業同士の競争は激しくなる一方です。多くの企業が優秀なタイの人材が獲得できないという悩みを抱えています。そして、現地企業との接点がないことに問題点を感じ、打開策を求めています。

しかし、接点がないのも当然といえば当然です。日本企業は独資での設立にこだわるため、タイ人経営者との接点をあまり望んでいません。とはいえ、タイで事業を展開していく上で接点は不可欠です。現地からの情報が入ってこなければ、事業を軌道に載せていくための有効策を打つことなど不可能。接点の薄さは致命傷といっても差し支えありません。

タイの企業のニーズを日本企業に伝えたい

在タイの日本企業に関して、正しい情報が伝えられていないことにも僕は問題意識を抱えていました。

タイでは日本企業のプレゼンスは低下するばかり、中国企業の存在感が増している、タイから他のASEAN諸国へのシフトが始まっている。そうしたニュースや報道をよく目にしますが、これらは嘘ではないけれど実態を正しく映していません。

日本企業のタイへの投資額は1400億バーツ。これは実に中国の4倍もの数字です。投資している日本企業の数は圧倒的に中国よりも多く、投資額も莫大なのに、それが正しく伝えられていないことに僕はジレンマを感じていました。

もっと日本とタイの企業の接点を深めなければならない。そんな切実な思いから僕たちはタイ企業のニーズを拾い上げようと、ヒアリングをスタートしました。タイの大手企業やイノベーション専門の部署がある会社100社をピックアップし、今後の計画や切実なニーズ、日本企業への要望などのリサーチを始めたのです。

すでに30社ほどのレポートをまとめましたが、ヒアリングを通して改めてタイの企業のニーズを日本企業に伝えることの重要性を実感しました。そうして企画したのがTJRIのプロジェクトです。

TJRIの4つの柱

TJRIは4つの柱で構成されています。

まずはメディア。僕たちが収集したタイ企業と日本企業の情報を両者に流すべく、メールマガジンを中心としたプラットフォームを構築します。

2番めがインクワイアリ(問い合わせ)。タイと日本の企業のニーズを拾い上げて発信します。メールマガジンには1回の配信について最低5件のニーズ調査の結果を掲載する予定です。

掲載したニーズ調査結果にもし問い合わせが発生したら? この会社に興味がある、ぜひ手を組みたい。そうした問い合わせに応えることこそ、TJRIの意義。迅速に両者の連絡先を案内し、商談等のコミュニケーションを促します。すぐに具体的なアクションに入れるようなお膳立てを行います。

3番めがセミナーです。もちろん日本人向けとタイ人向けの2本立て。オンラインセミナーの形式ですが、タイの経済界の著名人をゲストに招き、濃厚で実りある内容を追求します。

そして最後がマッチング。これは年間を通して行います。日々の期間業務といってもいいでしょう。

いずれもこれまでメディエーターがやってきたことばかりですが、その密度と精度を高めたい。特に企業のニーズの調査と発信については重点的に行い、年内に100社のニーズをヒアリングして、みなさんにお伝えしていく計画です。

個人的にも会社的にもベストなタイミングでスタート

このTJRIは、僕たちだからこそできるプロジェクトだと自負しています。ビジネスに特化し、在タイ日本企業の実態をよく知り、解決しなければならない課題を深く理解しているのは僕たち以外にはいません。

TJRIはタイミング的にも「ベスト」だと感じています。COVID-19を機にメディエーターは仕事に対するアプローチが変わり、受ける事業の規模が拡大しました。これまで受けざるを得なかった小さな案件を引き受けなくても済むようになったのです。僕も40代に入り、覚悟が決まりました。リスクを取ってプロジェクトを立ち上げ、成功させようという強い意欲が生まれました。

寝ても覚めても、僕が夢中になれるのは日本とタイの企業を結びつけることだけです。がむしゃらに走り続けてきた11年を経て、個人的にも会社的にも今しかないというタイミングでスタートするTJRIは、ちょっと大げさですが、メディエーターの集大成。

日本企業の存在価値を示し、タイ企業との協業の機会を増やし、真の意味での日本企業の現地化比率を高めたい。まずは1年間。ぜひともTJRIにご期待ください。

TJRIプロジェクトの詳細はこちら

บทความที่เกี่ยวข้อง